2007/Apr/25

ผมกำลัง "ติดเปื่อย"

คนที่มีงานทำช่างเป็นคนโชคดีเหลือเกิน

มานึกดูว่าตอนนี้มีคนในประเทศตกงานเท่าไหร่ แต่เรายังมีงานทำ !!!

ผมจึงไม่เคยบ่นเลยว่า งานตัวเองหนัก งานตัวเองเหนื่อย ยกเว้นร่างกายที่มันจะล้าไปเอง

ก็ต้องพักผ่อนนะ ... แล้วก็วันนี้แหละที่ผมพักผ่อนมากไป O_o"

คนเรานี่ลองมันจะทำตัวเปื่อยๆแล้ว มันเปื่อยแบบได้ใจจริงๆนะ (สงสัยจะตุ๋นนานไป)

เคยไหมที่ถ้าไฟไม่ลนก้นงานมันก็ไม่เดิน

เคยไหมที่บอกกับตัวเองว่าทันถมเถแล้วมานั่งเกาหัวให้รังแคร่วงเพราะคิดงานไม่ออก

เคยไหมที่นั่งปั่นงานจนจะเช้า แล้วสัญญากับตัวเองว่าคราวหน้าจะไม่เปื่อยแบบนี้อีก

ผมกำลังเผชิญสถานการณ์นี้อยู่ !!!

ตี 5 แล้ว งานผมยังไม่ได้เริ่มเลย

(แต่ยังแวบมาอัพบล๊อค เพราะสัญญากับตัวเองแล้ว่าจะอัพทุกคืน)

เดดไลน์ ของงานคือตอนเที่ยง ... กับบท 3 ฉากที่ต้องทำให้เสร็จ

หลายคนคงรู้ว่า อะไรก็ตามที่มันต้องใช้ความคิดเนี่ย ... มันคาดเดาไม่ได้

คิดออกไว ไอเดียกระฉูด งานมันก็เดิน

แต่บทจะคิดไม่ออก ต่อให้เป็นวันๆมันก็คิดไม่ออก ผมกำลังเผชิญ !!!

จากสถาบันวิจัยบ้านโคกหมาหลง ได้ผลสรุปน่าฟังออกมาว่า

ไอ้อาการ เปื่อย เนี่ยเป็นโรคที่มีอาการรุนแรงชนิดหนึ่ง ดังนี้คือ

คนที่เป็นจะรู้สึกว่าทุกสิ่งรอบตัวช่าง ชิล ชิล เหลือเกิน เวลาก็เดินผ่านไปช้าๆสบายๆ

เหมาะกับการทำตัวไร้สาระ โดยเฉพาะนอน และสนใจทุกสิ่งรอบข้าง ยกเว้นสิ่งที่ควรจะทำ !!! (โดยเฉพาะงาน)

ในรายที่อาการหนักพบว่า จะไม่มีความกดดันใดๆมาทำให้ผู้ป่วยรู้สึกบีบคั้น

จนต้องถีบตัวเองให้เปลี่ยนแปลงอะไรซักอย่าง

หรือแม้แต่จะรู้สึกกดดันก็จะขาดแรงกระตุ้น แทนได้ด้วยคำว่า ปล่อยวาง (แต่ใช้ในทางไม่ถูก)

ระยะเวลาของโรคนี้ไม่มีกำหนด บางรายก็หายไว และ หายได้ด้วยตัวเอง

แต่บางรายแม้จะมีคนมาคอยกระตุ้น (ผู้หวังดี) ก็ยังไม่หายจากโรคเปื่อย

(แน่ล่ะ ! เพราะโรคนี้ตอนติดจะรู้สึกดี สบายไง ทำอะไรก็ชิล ชิล) อันนี้เราเรียกว่า

เกิดอาการ "ติดเปื่อย"

และ อาการ ติดเปื่อย นั้นสามารถติดต่อกันได้ !!!

ดังนั้นแล้ว - หากใครเป็นอยู่ไม่ต้องกังวล

จนวิตกจริตไปว่า ตายแล้ว นี่ฉันติดเปื่อยเหรอเนี่ย แล้วฉันจะตายมั๊ย เกิดใหม่จะเป็นหอยทากรึเปล่า ? ... ไม่ถึงขนาดนั้น

เพราะคนแทบทุกคนบนโลกนี้เคยมีอาการติดเปื่อยมาแล้วแทบทั้งสิ้น !!!

เชื่อสิว่า ตอนที่กำลังอ่านบทความนี้คุณก็กำลังติดเปื่อยจากผมอยู่เหมือนกัน

พล่ามมาตั้งยาวก็ไม่มีอะไร ... ขอไปรักษาโรคติดเปื่อยก่อนนะ

2007/Apr/23

ยิ้มสิ ยิ้มหน่อย ~ หัวเราะสิ หัวเราะหน่อย

มีคนตกหลุมรักรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคุณอยู่นะ

ยินดีต้อนรับทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมนะครับ

สารภาพตั้งแต่หน้าแรกนี้ว่า

ผมไม่รู้เหมือนกันว่า ผมจะสามารถเขียนบลอคนี้ไปได้ถึงเมื่อไหร่

แม้ผมจะรักการถ่ายทอดบอกเล่าเรื่องราวต่างๆให้คนอื่นรู้

จนวันนี้มันกลายมาเป็นอาชีพของผมก็ตามที

แต่อุปสรรคสำคัญก็คือ

ผมมักจะเหนื่อยและขี้เกียจเรียบเรียงเรื่องในชีวิตประจำวันของผมออกมาเป็นตัวหนังสือ

มันดูยุ่งเหยิงและง่ายต่อการติดลม

บางทีอาจเพราะผมเข้มงวดกับข้อความทุกข้อความที่จะออกมาก็ได้

หวังว่าในครั้งนี้ผมจะมีความพยายามมากพอ

ที่จะได้ร่วมแบ่งปันทุกๆความรู้สึกกับเพื่อนๆทุกคนที่เข้ามานะครับ